แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - NOH1122

หน้า: [1] 2 3 ... 23
1

สมุนไพรเต็ง
เต็ง Shorea obtuse Wall.
บางถิ่นเรียก เต็ง (กึ่งกลาง) เคาะเจื้อ เอื้อ (ละว้า-จังหวัดเชียงใหม่) งัด (เหนือ) จิก (ตะวันออกเฉียงเหนือ) ชันตก (ตราด) เต็งขาว (ขอนแก่น) เน่าใน (แม่ฮ่องสอน) ประจั๊ด (เขมร-จังหวัดบุรีรัมย์) ประเจิ๊ก (เขมร-จังหวัดสุรินทร์) พะเจ๊ก (เขมร-พระกระบอง) ล่าไน้ (กะเหรี่ยง) แลเน่ย (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) มองไน้ (กะเหรี่ยง-เหนือ) อองแกงเลียงยง (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี).
     ไม้ใหญ่ ขนาดกลางถึงขั้นใหญ่ สูง 10-20 ม. ผลัดใบ เรือนยอดเป็นพุ่มไม้กว้างๆเปลือกสีน้ำตาลปนเทา แตกเป็นร่อง แล้วก็เป็นสะเก็ดครึ้ม มักตกชันสีเหลืองขุน กะพี้สีน้ำตาลอ่อน แก่นสีเข้ม. ใบ รูปขอบขนาน หรือ รูปไข่กลับ กว้าง 4-7 ซม. ยาว 10-16 เซนติเมตร เนื้อใบหนา ใบอ่อนมีขนเล็กน้อย ปลายใบ สมุนไพร และก็โคนใบมน เส้นกิ่งก้านสาขาใบมี 12-15 คู่. ดอก เล็ก สีขาว ออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง ช่อดอกมีขนนุ่ม ก้านดอกสั้นมาก กลีบรองกลีบดอก 5 กลีบ ชายกลีบซ้อนทันกัน กลีบดอกไม้ 5 กลีบ เรียงเวียนไปทางเดียวกัน เกสรผู้มี 20-25 อัน อับเรณูรูปไข่รีๆรังไข่มี 3 ช่อง แต่ละช่องมีไข่อ่อน 2. ผล รูปไข่ปลายแหลม ปีกยาว 3 ปีก รูปไข่กลับรีๆหรือ รูปใบพาย กว้าง 1 ซม. ยาว 6 เซนติเมตร แต่ละปีกมีเส้นตามยาว 9 เส้น.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณแล้ง บนดินลูกรัง เขาหินทราย ปะปนอยู่กับพวกไม้รัง เหียง พลวง.
สรรพคุณ : ต้น เปลือกฝนกับน้ำปูนใส กินเป็นยาฝาดสมาน แก้ น้ำเหลืองเสียรวมทั้งช่วยห้ามเลือด

Tags : สมุนไพร

2

สมุนไพรพะยอม
พะยอม Shorea roxburghii G. Don
ชื่อพ้อง S. Floribunda Kurz
บางถิ่นเรียก พะยอม (กึ่งกลาง) กุยอม (เชียงใหม่) ขะยอม (ลาว) ขะยอมป่า พะยอมดง (เหนือ) แคน (เลย) เชียง เซี่ยว (กะเหรี่ยง-เชียงใหม่) พะยอมทองคำ (สุราษฎร์ จังหวัดปราจีนบุรี) ยางหยวกกล้วย (น่าน).
ไม้ต้น ขนาดกึ่งกลางถึงขั้นใหญ่ สูง 15-30 มัธยม ผลัดใบ ลำต้นตรง กิ่งอ่อนเกลี้ยง เรือนยอดเป็นพุ่มกลม เปลือกดก สีน้ำตาล หรือ เทา เป็นสะเก็ดครึ้ม รวมทั้งแตกเป็นร่องตามแนวยาว.สมุนไพร ใบ รูปขอบขนานแคบๆกว้าง 3.5-4 เซนติเมตร ยาว 8-10 เซนติเมตร โคนใบมน ปลายใบมน หรือ หยัก ปลายสุดเป็นติ่งสั้นๆขอบใบมักเป็นคลื่น เนื้อใบสะอาดเป็นเงา มีเส้นแขนงใบ 15-20 คู่ รวมทั้งโค้งขนานไปสู่ขอบใบ ก้านใบยาว 2-2.5 ซม. ดอก สีขาว กลิ่นหอมสดชื่นจัด ออกเป็นช่อใหญ่ตามปลายกิ่ง หรือ เหนือรอยแผลใบ กลีบรองกลีบดอกไม้หมดจด สีคล้ำ มี 5 กลีบ ขอบหยักเป็นฟันเลื่อย กลีบดอก 5 กลีบ บิดเวียนกัน เกสรผู้ 15 อัน รังไข่มี 3 ช่อง แต่ละช่องมีไข่อ่อน 2 ก้านดอกยาว 1.5 เซนติเมตร ผล รูปกระสวยปลายแหลม กว้างราว 1.2 ซม. ยาว 2 เซนติเมตร ปีกยาว 3 ปีก กว้างโดยประมาณ 1 เซนติเมตร ยาว 8 เซนติเมตร ปีกสั้น 2 ปีก ยาวราว 3 เซนติเมตร มีเส้นปีกๆละ 10 เส้น.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าเบญจพรรณแล้ง ตลอดจนป่าดิบแล้งธรรมดาทุกภาค เหนือระดับน้ำทะเล 60-1,200 ม. มีดอกภายหลังจากผลัดใบแล้ว.
คุณประโยชน์ : ต้น น้ำต้มเปลือกต้น กินเป็นยาฝาดสมาน แก้ท้องร่วง และก็ไส้อักเสบ เปลือกประสมเป็นยากันบูดในเครื่องดองบางประเภท แล้วก็รับประทานกับหมากได้ . ดอก ใช้เข้ามาเป็นยาหอมแก้ลม บำรุงหัวใจ แล้วก็ลดไข้

3

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพรจอกบ่วาย[/url][/size][/b]
จอกบ่วาย Drosera burmannii Vahl
บางถิ่นเรียก จอกบ่วาย (เลย) หยดค้าง (ทั่วไป)
ไม้ล้มลุก ขนาดเล็ก. ใบ เป็นใบผู้เดียว รูปช้อน สีเขียวอ่อนมีขน เรียงรอบลำต้น และซ้อนกันแน่นแบบดอกกุหลาบ อยู่ชิดกัน สีแดง ก้านใบสั้น โคนใบเรียวคอด ปลายใบป้าน แล้วก็โค้งงอนขึ้นเล็กน้อย ตามขอบใบ และผิวใบ มีขนใสๆและปลายขนเป็นตุ่มคล้ายเข็มหมุดอยู่จำนวนมาก มีน้ำมูกเหนียวๆถ้าเกิดมีแมลงเล็กๆมาเช็ดเข้า ก็จะติดอยู่กับมูกนั้น ไม่มีช่องทางดิ้นหลุดไปได้เลย สมุนไพร หลังจากนั้นก็จะส่งข่าวสารพวกน้ำย่อย มาย่อยเอาส่วนที่ต้องการจากแมลงไปเลี้ยงลำต้นอีกครั้งหนึ่ง จึงกล่าวได้ว่ามีใบลักษณะและหน้าที่พิเศษ ผิดแผกไปจากใบไม้ทั่วๆไป. ดอก สีขาว ออกเป็นช่อเดียวๆยาว 10-20 ซม. ออกจากปลายลำต้น หรือ ตรงกลางของกลุ่มใบ ปลายช่ออ่อนม้วนม้วน แล้วก็จะเบาๆเหยียดตรงขึ้น พร้อมกับมีดอกเล็กๆตามก้ามช่อดอกนอกด้านเดียว กลีบรองกลีบดอก กลีบดอกไม้ เกสรผู้รวมทั้งช่องรังไข่ มีอย่างละ 5 กลีบดอกสีขาว หลอดท่อรังไข่คด ขยุกขยิก. ผล กลม เล็กมาก.

นิเวศน์วิทยา
: กำเนิดตามท้องทุ่งเตียนโล่งๆแล้วก็ตามดินปนทรายที่เฉอะแฉะชื้นทั่วไป.
คุณประโยชน์ : ต้น ทั้งยังต้นมีรสขม แล้วก็มีฤทธิ์กัดทำลาย คนจีนได้ประยุกต์ใช้เป็นยามานานแล้ว เป็นยาแก้บิด ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ แล้วก็แก้ไข้มาเลเรีย ใช้ด้านนอกเป็นยาถูกนวด

4

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพรต้นหญ้าน้ำค้าง[/url][/size][/b]
หญ้าน้ำค้าง Drosera indica Linn. ต้นหญ้าน้ำค้าง (ตะวันออกเฉียงเหนือ).
ไม้ล้มลุก ลำต้นอ่อนนอนไปตามพื้นดิน แต่ว่าส่วนปลายตั้งชัน มักไม่แตกกิ่งก้านสาขา ยาว 5-30 เซนติเมตร ใบ เดี่ยว เรียงสลับกัน รูปยาวเรียวคล้ายใบหญ้า ยาว 2.5-7.5 ซม. ปลายใบม้วนขึ้น มีขนยาวกว่าส่วนอื่นๆปลายขนเป็นตุ่ม ยาว มีเมือก ก้านใบมีขนสั้นกว่าแผ่นใบ. ดอก ออกเป็นช่อตามง่ามใบ ใกล้ยอด ยาว 5-17.5 ซม. ก้านดอกยาว 0.9-1.7 เซนติเมตร สมุนไพร ดอกบานกว้างราว 0.5 เซนติเมตร กลีบรองกลีบดอกไม้ 5 กลีบ รูปหอก หรือ ขอบขนาน ด้านนอกมีขน ปลายขนเป็นตุ่มเล็กๆกลีบ 3 กลีบ บาง สีม่วง ชมพู เกสรผู้ 3 อัน รังไข่แบ่งเป็น 3 ช่อง หลอดท่อรังไข่มี 3 หลอด แต่ละหลอดปลายจะแยกเป็น 2 แฉก. ผล เป็นชนิดแห้งแล้วแตก. เมล็ด รูปไข่กลับ ผิวนูนเป็นตาลายข่าย.

นิเวศน์วิทยา
: เจอขึ้นตามทุ่งหญ้าโล่งเตียนๆแล้วก็ตามดินปนทรายที่แฉะเปียกชื้น ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ และก็ภาคใต้.
คุณประโยชน์ : ต้น ทั้งต้นเป็นยาบำรุงธาตุ ถ้านำมาหมักจะได้สารที่ใช้กัดหูด รวมทั้งตาปลาได้  ใบ น้ำสุกใบ กินเป็นยาแก้ตับอักเสบ บำรุงหัวใจ ขับเมนส์ แล้วก็ขับพยาธิ

5

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพรสั่งทำ[/url][/size][/b]
สั่งทำ Diospyros buxifolia (Bl.) Hiern สั่งทำ รีบู รีเภา (ใต้).
ไม้ต้น ขนาดใหญ่ มากถึง 25 ม.ลำต้นตรง กิ่งมักตั้งฉากกับลำต้น เปลือกสีเทาคละเคล้าดำ เรียบ หรือ แตกเป็นร่องเล็กๆตามยาวลำต้น ตามกิ่งอ่อนมีขนนุ่ม ยอดอ่อนเรียวเล็ก มีขนออกจะยาว. ใบ เป็นใบผู้เดียว เรียงสลับกัน รูปมน สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน และรูปไข่เล็กๆกว้าง 0.5-2 ซม. ยาว 1.2-4 เซนติเมตร โคนใบสอบ มน หรือ ป้อม ปลายใบมน หรือ เป็นติ่งแหลม เนื้อใบบาง หมดจด นอกจากตามแนวเส้นกลางใบอีกทั้ง 2 ด้าน ก้านใบสั้นมาก หรือ ไม่มี. ดอก ออกเป็นช่อตามง่ามใบ ช่อดอกเพศผู้ แล้วก็ดอกเพศภรรยาอยู่ต่างต้นกัน. สมุนไพร ดอกเพศผู้ ออกเป็นช่อเล็กๆช่อละ 2-3 ดอก กลีบรองกลีบมี 4 กลีบ ยาว 2-3 มิลลิเมตร โคนชิดกันเป็นรูปถ้วย ด้านนอกมีขนนุ่ม ส่วนข้างในหมดจด กลีบ 4 กลีบ ยาว 2-4 มม. โคนเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วย ส่วนที่เป็นแฉกยาวกว่าส่วนที่ชิดกัน หมดจดทั้งยัง 2 ด้าน ยกเว้นตามแนวตรงกลางตามยาวของกลีบภายนอก มีขนเป็นแนวตรง เกสรผู้มี 8-20 อัน เรียงเป็น 2 วง วงนอกยาวกว่าวงใน ติดอยู่ที่โคนกลีบดอกด้านใน อับเรณูหมดจด แม้กระนั้นก้านมีขนกระจาย รังไข่ฝ่อมีขนยาวประปราย. ดอกเพศภรรยา ออกเป็นดอกผู้เดียวๆตามง่ามใบ ทั้งยังกลีบรองกลีบและก็กลีบดอกไม้มีลักษณะราวกับดอกเพศผู้ แต่ใหญ่มากยิ่งกว่านิดหน่อย รังไข่รูปกระสวย สะอาด ข้างในแบ่งเป็น 4 ช่อง หลอดท่อรังไข่มี 2 หลอด ครึ่งล่างมีขนนุ่ม ครึ่งบนหมดจด. ผล รูปป้อมหรือเหมือนรูปกระสวย ยาว 1-1.5 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.4-1 เซนติเมตร ผลแก่จัดแห้ง ผิวเนียน โคนกลีบจุกชิดกันเป็นรูปถ้วย ส่วนที่ติด และก็ส่วนที่แยกเป็นแฉก ยาวใกล้เคียงกัน ข้างนอกมีขนนุ่ม ข้างในหมดจด กลีบชี้ตรงไม่พับกลับ ขอบไม่เป็นคลื่น และพื้นกลีบไม่จีบ มองไม่เห็นเส้นลายตามผิวกลีบ ก้านผลยาวราว 5 มิลลิเมตร

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าดิบชื้น และก็ป่าดิบแล้ง ในภาคตะวันออกเฉียงใต้รวมทั้งภาคใต้ เหนือระดับน้ำทะเล 50-500 มัธยม
คุณประโยชน์ : ต้น น้ำต้มแก่นให้เด็กรับประทาน รวมทั้งทาด้านนอก แก้อาการท้องอืด รวมทั้งแน่นเฟ้อ

6

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/u]ตะโกพนม[/url][/b]
ตะโกพนม Diospyros castanea (Craib) Fletch.
บางถิ่นเรียกว่า ตะโกพนม (ทั่วไป) กะละมัก (จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี) มะด้ามหมุ่ย มะดำ (เหนือ) มะตับหมาก (เชียงใหม่ จังหวัดลำพูน) หนังดำ หลังดำ (ตะวันออกเฉียงเหนือ) หมากค่อน (จังหวัดโคราช).
ต้นไม้ ขนาดเล็กถึงขั้นกึ่งกลาง สูงถึง 15 มัธยม เปลือกแตกเป็นสะเก็ดสีเทาผสมดำ หรือ ค่อนข้างจะดำ เปลือกในสีน้ำตาล กระพี้สีน้ำตาลอ่อน แก่นสีน้ำตาลเข้ม ตามกิ่งอ่อนมีขนนุ่มทั่วๆไป. ใบ โดดเดี่ยว เรียงสลับกัน รูปไข่ มน หรือ ป้อม กว้าง 2.5-8 เซนติเมตร ยาว 6-13 เซนติเมตร โคนใบป้าน ตรง หรือ เว้าเข้านิดหน่อย ปลายมน สอบแคบ หรือ บางครั้งก็หยักเป็นสองลอนกว้างๆเนื้อใบค่อนข้างจะดก และสะอาด 2 ด้าน เส้นกิ่งก้านสาขาใบมี 6-10 คู่ แต่ละเส้นคดไปๆมาๆ รวมทั้งเป็นร่องทางด้านบก ข้างล่างเส้นนูนชัด ก้านยาว 4-10 มม. เกลี้ยง. ดอก ออกเป็นช่อ หรือ ผู้เดียวๆตามง่ามใบ สมุนไพร ดอกเพศผู้ แล้วก็ดอกเพศเมียอยู่ต่างต้นกัน. ดอกเพศผู้ ออกเป็นช่อสั้นๆช่อหนึ่งๆมีหลายดอก ก้านช่อ รวมทั้งก้านดอกสั้นมากมาย กลีบรองกลีบดอก 3 กลีบ ยาว 3-5 มม. โคนเชื่อมชิดกันเป็นรูปลำเทียน ปลายแยกพอเพียงมองเห็นเป็น 3 หยัก ภายนอกมีขน ภายในเกลี้ยง กลีบดอกไม้ 3 กลีบ รูปขอบขนานแคบ ยาว 10-12 มิลลิเมตร ครึ่งล่างเชื่อมติดกันเป็นหลอดยาว ครึ่งบนแยกเป็น 3 กลีบ ส่วนที่แยกเป็นกลีบมีขนทั้ง 2 ด้าน แต่ส่วนที่ชิดกันเป็นหลอดหมดจด 2 ด้าน เกสรผู้มี 12-(14) อัน สะอาด รังไข่ฝ่อสะอาด. ดกเพศภรรยา ส่วนใหญ่ออกเป็นดอกคนเดียว หายากที่จะออกรวมกันเป็นช่อสั้นๆก้านดอกยาว 2-3 มิลลิเมตร เกลี้ยง กลีบรองกลีบดอกไม้ รวมทั้งกลีบดอกมีลักษณะอย่างกับดอกเพศผู้ แต่ใหญ่มากยิ่งกว่าน้อย รังไข่รูปป้อมมีขนคลุมแน่น ข้างในแบ่งเป็น 6 ช่อง แต่ละช่องมีไข่อ่อน 1 หน่วย ท่อรังไข่มีอันเดียว ปลายแยกเป็น 3 แฉก. ผล รูปมน หรือ กลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 2-3 ซม. ผิวหนา แข็ง สะอาด หรือ มีขนนุ่มตอนใกล้ๆโคนผล ปลายผลเป็นติ่งแข็งสั้นๆกลีบจุกมี 3 กลีบ ติดกันเป็นกรวยราวๆ 3 ใน 4 ด้านนอกมีขนนุ่ม ข้างในสะอาด ขอบกลีบเป็นคลื่นแล้วก็พับกลับ แต่ว่าไม่จีบพับไปมา และไม่มีเส้นตาลายมผิว ก้านผลยาวราว 5 มม.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าเต็งรัง หรือ ป่าเหล่า เหนือระดับน้ำทะเล 20-400 มัธยม ตามภาคต่างๆเว้นภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้.
สรรพคุณ : ต้น น้ำสุกเปลือก กินเป็นยาบำรุงร่างกาย ผล เป็นยาฝาดสมาน รับประทานเป็นยาแก้อ้วก และแก้ท้องร่วง ผลตีใช้เบื่อปลาได้

7

สมุนไพรจัน
จัน Diospyros decandra Lour.
บางถิ่นเรียก จัน (ทั่วๆไป) จันขาว จันลูกหอม จันโอ จันอิน (กึ่งกลาง).
ไม้ใหญ่ ขนาดกลาง สูง 10-20 ม. ลำต้นตรง เปลือกสีดำ แตกเป็นสะเก็ด เนื้อไม้สีขาว. ใบ เป็นใบผู้เดียว เรียงสลับกัน รูปขอบขนาน หรือ มนแกมขอบขนาน กว้าง 2.5-3 ซม. ยาว 7-10 เซนติเมตร โคนใบมน หรือ สอบแคบ ปลายใบสอบทู่ๆหรือ แหลม เนื้อใบบาง เมื่อยังอ่อนอยู่มีขนยาวสีแดงหุ้ม เส้นใบมี 7-8 คู่ โค้ง ปลายไม่เชื่อมติดกัน พอเห็นได้ทั้ง 2 ด้าน ก้านใบยาว 3-5 มิลลิเมตร เมื่อยังอ่อนอยู่มีขนยาวสีแดงปกคลุมหนาแน่น. สมุนไพร ดอก ดอกเพศผู้ และดอกเพศภรรยาอยู่ต่างต้นกัน. ดอกเพศผู้ ออกรวมกันเป็นช่อเล็กๆช่อหนึ่งๆมีปราณ 3 ดอก ก้านดอกยาว 2-4 มิลลิเมตร ตามส่วนต่างๆมีขนสีน้ำตาลปนแดง กลีบรองกลีบ 5-(4) กลีบ ยาว 4-7 มม. เรียงเป็นรูปถ้วยปากกว้าง แม้กระนั้นโคนกลีบไม่ติดกัน; มีขนสีน้ำตาลปนแดงแน่นทั้งสองด้าน กลีบดอกไม้ 5-(4) กลับ ยาว 10-15 มิลลิเมตร โคนกลีบเชื่อมชิดกันเป็นรูปคนโทน้ำ เมื่อยังอ่อนอยู่มีขนสีน้ำตาลปนแดงทั้งคู่ด้าน เกสรผู้มี 14-18 อัน สะอาด รังไข่ฝ่อเกลี้ยง. ดอกเพศเมีย ออกเป็นดอกโดดเดี่ยวๆตามกิ่งเล็กๆกลีบรองกลีบดอก และกลีบดอกไม้ราวกับดอกเพศผู้ แต่ว่าใหญ่กว่า รังไข่รูปป้อม มีขนคล้ายเส้นไหม ด้านในแบ่งเป็น 5-8 ช่อง แต่ละช่องมีไข่อ่อน 1 หน่วย หลอดท่อรังไข่มี 2 หลอด มีขนคล้ายเส้นไหม เกสรผู้ฝ่อมี 9 อัน หมดจด. ผล กลม หรือ แป้น เส้นผ่าศูนย์กลาง 4-5 เซนติเมตร ยาว 3-4 ซม. ผิวเนียน ผลแก่สีเหลือง หอม เนื้อนุ่ม ผลสุกเนื้อเละ จุกผลมีกลีบที่ไม่เชื่อความเห็นดกัน มีขนแน่นทั้ง 2 ด้าน ปลายกลีบโค้งกลับ ขอบกลีบเรียบ พื้นกลีบเรียบ ไม่มีเส้นตามผิวกลีบ ก้านผลยาวราว 5 มม.

นิเวศน์วิทยา
: นิยมนำมาปลูกตามบ้าน แล้วก็รอบๆวัด เหนือระดับน้ำทะเล 10-300 มัธยม เพื่อให้ร่มเงา เป็นไม้ประดับ หรือ ไม้ผล.
สรรพคุณ : ผล ผลสุกกินได้ แก้อาการนอนไม่หลับ กระวายกระวน และก็แก้ท้องร่วง ใช้เข้าเครื่องยา เป็นยาขับระดู แก้อาการมึน ซึมเซา และก็ฉี่ขัด

8

สมุนไพรพลับป่าดง
พลับป่าดง Diospyros ehretioides Wall. Ex G. Don
บางถิ่นเรียกว่า มะพลับดง (กาญจนบุรี) ชิ้นกวาง เรื้อนกวาง ลิ้นกวาง (จังหวัดปราจีนบุรี) ตับเต่าต้น ตับเต่าหลวง (จังหวัดราชบุรี) มะโกป่า (แพร่) มะมัง (จังหวัดโคราช) มะไฟผี (จังหวัดเชียงราย) มาเมียงมอง (เขมร-สุรินทร์) เฮื้อนกวาง (เหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ) แฮดกวาง (ตะวันออกเฉียงเหนือ).
ไม้ใหญ่ ขนาดกึ่งกลาง สูง 10-15 มัธยม ลำต้นตรง เปลือกสีน้ำตาลปนเทา. ใบ เป็นใบลำพัง เรียงสลับกัน มีทั้งยังรูปป้อม รูปไข่หรือ มน กว้าง 7-23 ซม. ยาว 10-28 ซม. โคนใบกลม เป็นเส้นตัด หรือ เว้าเข้าเล็กน้อย ขอบใบเรียบ หรือ เป็นคลื่น ปลายใบกลม หรือ มน เนื้อใบหมดจด และดก ใบอ่อนข้างบนอาจมีขนบ้าง เส้นแขนงใบมี 6-12 คู่ คดไปๆมาๆ ตามเส้นใบข้างบนเป็นร่อง ข้างล่างนูน ข้างบนใบสีเขียว ข้างล่างสีเทาอ่อน ก้านใบยาวราว 1 ซม. [url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url] ดอก ดอกเพศผู้ และดอกเพศภรรยาอยู่ต่างต้นกัน. ดอกเพศผู้ ออกรวมกันเป็นช่อเล็กๆตามกิ่งเหนือง่ามใบ ช่อหนึ่งๆมักมี 3 ดอก ก้านดอกยาวโดยประมาณ 3 มิลลิเมตร กลีบรองกลีบดอกไม้มี 4 กลีบ ยาว 2-3 มิลลิเมตร โคนเชื่อมชิดกันเป็นรูปถ้วย ด้านนอกมีขนนุ่ม ข้างในเกลี้ยง กลีบดอก 4 กลีบ ยาว 3-5 มิลลิเมตร โคนเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วย ภายนอกมีขนนุ่ม ข้างในหมดจด กลีบ 4 กลีบ ยาว 3-5 มม. โคนเชื่อมติดกันเป็นรูปเหยือกน้ำ หรือ ป้อมๆข้างนอกมีขนเรี่ยราย ข้างในสะอาด เกสรผู้มี 20-30 อัน เกลี้ยง รังไข่ฝ่อมีขนแข็งแซมเล็กน้อย. ดอกเพศภรรยา ออกตามกิ่งเล็กๆแล้วก็ตามง่ามใบ เป็นดอกผู้เดียวๆหรือ เป็นช่อสั้นๆช่อละ 3-5 ดอก ก้านดอกยาวราว 1 เซนติเมตร มีขนนุ่ม ส่วนข้างในเกลี้ยง กลีบดอกไม้ 4 กลีบ ลักษณะราวกับดอกเพศผู้ แต่ว่าใหญ่กว่า รังไข่รูปป้อม มีขนเป็นเส้นไหม ด้านในมี 6-(8) ช่อง แต่ละช่องมีไข่อ่อน 1 หน่วย ท่อรังไข่มีท่อเดียว มีขนเป็นเส้นไหม. ผล รูปป้อม เส้นผ่าศูนย์กลาง 1-2 ซม. ยาว 1.5-2.5 ซม. ผลแก่แห้ง เปลือกหนา เปราะ ผลอ่อนมีขนนุ่ม กลีบจุกมี 4-(5) กลีบ ปลายกลีบพับกลับ ขอบกลีบ รวมทั้งพื้นกลีบเรียบ เส้นกลีบไม่ปรากฏชัด ก้านผลยาวราวๆ 1 เซนติเมตร

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าเต็งรัง หรือ ป่าเบญจพรรณแล้งธรรมดา เหนือระดับน้ำทะเล 100-450 ม.
คุณประโยชน์ : ต้น น้ำสุกแก่นไม้ และก็ราก รับประทานเป็นยาลดไข้ ดับพิษร้อน แล้วก็บำรุงปอด

Tags : สมุนไพร

9

สมุนไพรตะโกจัน
ตะโกจัน Diospyros hasseltii Zoll.
บางถิ่นเรียกว่า ตะโกจัน (จังหวัดกรุงเทพ) ตะโก (นครราชสีมา) บาเนง (มลายู-จังหวัดนราธิวาส)
            ไม้ต้น ขนาดกลางถึงกับขนาดใหญ่ สูงถึง 30 มัธยม เปลือกสีเทาผสมดำ มักเป็นสะเก็ดห้อยห้อยลง. ใบ เป็นใบผู้เดียว เรียงสลับกัน รูปขอบขนาน หรือ มนแกมขอบขนาน กว้าง 6-13 เซนติเมตร ยาว 13-28 เซนติเมตร โคนใบมน ปลายทื่อ หรือ หยักเป็นติ่งทู่ๆเนื้อใบค่อนข้างครึ้ม และหมดจดทั้ง 2 ด้าน เส้นกิ้งก้านใบมี 9-16 คู่ เส้นโค้งปลายเชื่อมกับเส้นถัดไปก่อนถึงขอบใบ เส้นใบข้างบนเป็นร่อง ข้างล่างนูน ก้านใบยาวโดยประมาณ 1 เซนติเมตร เกลี้ยง. ดอก ดอกเพศผู้ และดอกเพศเมียอยู่ต่างต้นกัน. [url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url] ดอกเพศผู้ ออกรวมกันเป็นช่อเล็กๆตามง่ามใบ ก้านดอกยาว 2-10 มม. มีขนสีดำๆกลีบรองกลีบ 4 กลีบ ยาว 5-7 มิลลิเมตร โคนกลีบไม่ติดกัน มีขนสั้นสีดำๆทั้ง 2 ด้าน กลีบดอกไม้ 4 กลีบ ยาว 10-15 มม. โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นทรงกระบอก มี 14-16 อัน อับเรณูหมดจด ก้านอับเรณูมีขนยาวแซม รังไข่ฝ่อมีขนแน่น. ดอกเพศเมีย ออกรวมกันเป็นช่อ หรือ ออกโดดเดี่ยวๆตามง่ามใบ ก้านดอกยาว 1-2 เซนติเมตร มีขนสีดำๆกลีบรองกลีบ แล้วก็กลีบดอกไม้มี 4-(5) กลีบ ลักษณะเหมือนดอกเพศผู้ แม้กระนั้นใหญ่มากยิ่งกว่า รังไข่ป้อม มีขนเป็นเส้นไหมแน่น ด้านในแบ่งเป็น 8 ช่อง แต่ละช่องมีไข่อ่อน 1 หน่วย หลอดท่อรังไข่มี 4 หลอด; เกสรผู้ฝ่อมี 4-12 อัน อับเรณูหมดจด ก้านอับเรณูมีขนยาวแข็ง. ผล กลม หรือ แป้นน้อย เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5-2.5 ซม. ผลแก่จัดแห้ง ผลอ่อนมีขนสีดำ สาก หุ้มแน่น กลีบจุกผลมีขนดำๆสาก 2 ด้าน โคนกลีบไมติดกัน กลีบตรง ขอบเป็นคลื่น พื้นกลีบจีบ ไม่มีเส้นลายกลีบ ก้านผลยาว 1-2 ซม.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าดงดิบใกล้ๆลำธาร เหนือระดับน้ำทะเล 10-300 ม. ทางภาคใต้.
สรรพคุณ : ผล ผลสุกกินได้ รสขื่นๆเป็นยาฝาดสมาน แก้คลื่นไส้ และแก้ท้องเดิน

Tags : สมุนไพร

10

สมุนไพรพลับจีน
พลับจีน Diospyros kaki Linn. พลับจีน (กลาง).
ไม้ต้น ผลัดใบขนาดเล็ก สูงโดยประมาณ 15 ม. เปลือกแตกเป็นแผ่นๆเหมือนเกล็ด ตามกิ่งมีช่องสำหรับระบายอากาศสีเทาคละเคล้าน้ำตาล หรือ เทาปนขาว กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาล ใบเสริมแต่งรูปหอกปนรูปยาวแคบ ยาวได้ถึง 6 มิลลิเมตร ใบ โดดเดี่ยว เรียงสลับกัน รูปเกือบกลม รีป้อมๆไข่ป้อม ไข่กลับป้อม หรือ ขอบขนานป้อมๆกว้าง 3-9 เซนติเมตร ยาว 6-18 เซนติเมตร ปลายใบแหลม หรือ มน; ขอบของใบเรียบ โคนใบมน หรือ สอบแคบ ข้างบนเกลี้ยง ด้านล่างสีเขียวอ่อนมีขนนุ่ม เส้นใบออกจากโคนใบ 3-5 เส้น เส้นกิ้งก้านใบมีข้างละ 3-5 เส้น เส้นใบย่อยสานกันเป็นตาข่าย เห็นได้ชัดทางข้างล่างของใบ ก้านใบยาว 1-1.5 เซนติเมตร มีขน. ดอก ดอกเพศผู้ แล้วก็ดอกเพศภรรยารวมอยู่บนต้นเดียวกัน หรือ อยู่ต่างต้นกัน. สมุนไพร ดอกเพศผู้ ออกตามง่ามใบเป็นช่อสั้นๆยาวราว 6 มิลลิเมตร ก้านช่อสั้นมากมาย มีดอกช่อละราวๆ 3 ดอก มีขน กลีบรองกลีบดอกโคนเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็น 4 กลีบ รูปไข่ ยาวราวๆ 8 มิลลิเมตร กลีบดอกสีขาว โคนเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็น 4 กลีบ ยาว 8-12 มิลลิเมตร กลีบกว้างราวๆ 6 มม. เกสรมี 16 อัน มีขน. ดอกเพศเมีย ออกคนเดียวๆตามง่ามใบ ก้านดอกยาวราว 12 มม. กลีบรองกลีบ และกลีบดอกไม้มีปริมาณ และก็ลักษณะเหมือนดอกเพศผู้ แต่กลีบรองกลีบดอกไม้ขยายใหญ่ขึ้นเมื่อเป็นผล มีเกสรผู้ฝ่อ 8 อัน; รังไข่รูปไข่ ข้างในแบ่งเป็น 8 ช่อง หลอดรังไข่มีขน ปลายแยกเป็น 4 แฉก. ผล รูปกลม หรือ แป้น เส้นผ่านศูนย์กลาง 3.5-8 เซนติเมตร ผลแก่สีเหลืองสด หรือ เหลืองอมส้ม รสหวานหอม รับประทานได้.

นิเวศน์วิทยา
: เป็นพืชในเขตอบอุ่น ขึ้นกระจัดกระจายทั่วๆไปตามไหล่เขา ในป่าดิบในประเทศจีน ประเทศเกาหลี และก็ประเทศญี่ปุ่น. ได้นำเข้ามาปลูกกันบ้างทางภาคเหนือ.
สรรพคุณ : ใบ น้ำต้มใบ รับประทานเป็นยาแก้ไอ และลดไข้  ดอก กลีบรองกลีบดอกไม้ รวมทั้งก้านผลตากให้แห้ง ใช้เข้าเครื่องยาเป็นยาแก้ไอ และหายใจขัด ผล ผลสุกกินได้ เป็นยาฝาดสมาน บำรุงธาตุ บำรุงปอด และแก้ไอ  ยางผลดิบ รับประทานเป็นยาลดระดับความดันโลหิต ห้ามเลือด แล้วก็ระบาย เมล็ด เม็ดคั่วใช้แทนเมล็ดกาแฟได้

Tags : สมุนไพร

11

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/i]ตะโกสวน[/url][/b]
ตะโกสวน Diospyros malabarica (Desv.) Kostel. var. malabarica Kostel.
บางถิ่นเรียก ตะโกสวน ปลาบ (เพชรบุรี) ตะโกไทย (กลาง) มะเขือดุร้าย (จังหวัดสกลนคร) มะสุลัวะ (กะเหรี่ยง-จังหวัดลำปาง)
    ต้นไม้ ขนาดกลาง มากถึง 15 ม. เปลือกสีเทาผสมดำ เรียบ หรือ แตกเป็นร่องเล็กๆตามทางยาว แก่นไม้สีขาว.ใบ เป็นใบผู้เดียว เรียงสลับกัน รูปขอบขนาน หรือ ขอบขนานแกมรูปหอกกลับ กว้าง 2.5-8 ซม. ยาว 10-30 เซนติเมตร โคนใบมน ป้อม ตรง หรือ บางโอกาสก็เบาๆสอบเป็นรูปลิ่ม ปลายใบแหลมทู่ๆหรือ มน เนื้อใบค่อนข้างจะดก และก็สะอาด 2 ด้าน เส้นใบมี 10-18 คู่ เส้นคดไปๆมาๆ นูนเห็นได้ชัดทางด้านล่าง เส้นใบย่อยสานกันเป็นร่างแห เห็นได้ชัดทางข้างบน ก้านใบยาว 1-1.5 ซม. สะอาด. สมุนไพร ดอก ดอกเพศผู้ แล้วก็ดอกเพศเมียอยู่ต่างต้นกัน. ดอกเพศผู้ ออกรวมกันเป็นช่อสั้นๆตามง่ามใบ ก้านดอกยาวโดยประมาณ 2 มม. มีขนนุ่มเล็กน้อย กลีบรองกลีบดอกไม้ 4-(5) กลีบ ยาว 2-3 มม. โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วยปากกว้าง ด้านนอกมีขนยาว แน่น ส่วนด้านในมีขนสั้นๆกลีบ 4-(5) กลีบ ยาว 7-15 มม. ติดกันแทบตลอดเป็นรูปคนโทน้ำ ภายนอกมีขนแน่น หรือ มีขนตามแนวกลางของกลีบเพียงแค่นั้น ส่วนภายในเกลี้ยง เกสรผู้มี 24-64 อัน มีขนแข็งๆแซม รังไข่ฝ่อ มีขนนุ่ม. ดอกเพศเมีย ออกเป็นดอกโดดเดี่ยวๆกลีบรองกลีบดอก แล้วก็กลีบราวกับดอกเพศผู้ แต่ว่าใหญ่มากยิ่งกว่า เกสรผู้ฝ่อมี 8-12 อัน มีขนนุ่ม รังไข่รูปป้อม เมื่อยังอ่อนอยู่มีขนแข็งปกคลุมแน่น ภายในแบ่งเป็น 8-12 ช่อง แต่ละช่องมีไข่อ่อน 1 หน่วย หลอดรังไข่มี 4 หลอด มีขนแน่น. ผลกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 2.5-5 เซนติเมตร ผลอ่อนมีขนยาวหุ้ม ผลสุกเนื้อออกจะเหลว กลีบจุกผลมีขนสีน้ำตาลอีกทั้ง 2 ด้าน กลีบพับกลีบ ขอบกลีบเป็นคลื่น เส้นกลีบไม่ปรากฏชัด ก้านผลยาว 2-12 มิลลิเมตร

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นมากตามชายเขาดิบ โดยยิ่งไปกว่านั้นทางภาคใต้ โดยมากมักปลูกกันตามสวน.
คุณประโยชน์ : ต้น น้ำสุกเปลือก เป็นยาฝาดสมาน กินเป็นยาลดไข้ หากต้มกับผลอ่อน ใช้กินแก้บิด ท้องร่วง แก้คลื่นไส้ รวมทั้งไข้มาเลเรีย ถ้าต้มกับผลแก่ ใช้เป็นยาอมกลั้วคอ, รักษาแผลในปาก โพรงปากรวมทั้งคออักเสบ ผล ผลสุกกินได้ ผลดิบมียางใช้เป็นยาฝาดสมาน สำหรับทาบาดแผลนิดๆหน่อยๆใช้ห้ามเลือด  รับประทานแก้บิด แล้วก็ท้องเสีย เม็ด น้ำมันจากเมล็ด รับประทานเป็นยาแก้บิด และท้องเสีย

12

สมุนไพรมะเกลือป่า
มะเกลือป่า Diospyros montana Roxb.
บางถิ่นเรียกว่า มะเกลือป่า (นครสวรรค์ จังหวัดปราจีนบุรี) ตานส้าน (กึ่งกลาง) ถ่านไฟผี (เหนือ) มะตูมดำ (จังหวัดสระบุรี).
ไม้ต้น ขนาดเล็กถึงขนาดกลาง มากถึง 15 ม. ตามปลายกิ่งเล็กๆมีหนามแข็งเปลือกสีดำ แตกเป็นสะเก็ด. ใบ เป็นใบลำพัง เรียงสลับกัน รูปมน ขอบขนาน รูปไข่ หรือ รูปไข่กลับ และมักเป็นรูปห้าเหลี่ยมกลายๆกว้าง 1-5 ซม. ยาว 1.5-12 ซม. โคนใบมีทั้งคู่แคบ กลม ตัด และเว้าเข้า ปลายใบทู่หรือมน ใบแห้งสีเหลืองอ่อนปนเขียว ใบอ่อนมีขนนุ่มทั้งยัง 2 ด้าน ขนพวกนี้จะเบาๆร่วงไปเมื่อใบแก่ขึ้น เส้นใบมี 3-7 คู่ รวมทั้งจากจุดโคนใบจะมีเส้นใบ 3-5 เส้น ตามเส้นใบข้างบนเป็นร่อง ด้านล่างนูนก้านใบยาว 2-10 มม. มีขนประปราย. ดอก ดอกเพศผู้ และดอกเพศเมียอยู่ต่างต้นกัน. ดอกเพศผู้ ออกเป็นช่อๆละหลายๆดอกตามง่ามใบ ก้านดอกยาวประมาณ 2 มม. มีขนนุ่มในช่วงแรก กลีบรองกลีบดอก 4 กลีบ ยาว 1-2 มม. โคนประสานกันเป็นรูปถ้วยปากว้าง สะอาด หรือ มีขนบางเล็กน้อยทั้งยัง 2 ด้าน กลีบ 4 กลีบ ยาว 8-10 มม. รูปคนโทน้ำ โคนกลีบชิดกันโดยประมาณ 1 ใน 2 หรือ 1 ใน 3 ส่วน สะอาดทั้งยัง 2 ด้าน เกสรผู้มี 14-20 อัน ติดอยู่บริเวณโคนกลีบดอกไม้ข้างใน เรียงเป็น 2 วง หมดจด รังไข่ฝ่อมีขนแข็ง. ดอกเพศเมีย ออกลำพังๆตามง่ามใบ ก้านดอกยาวราว 5 มม. สะอาด กลีบรองกลีบดอก และกลีบดอกเสมือนดอกเพศผู้ สมุนไพร แต่ใหญ่กว่า เกสรผู้ฝ่อมี 4-12 อัน หมดจด รังไข่กลม เกลี้ยง ข้างในแบ่งเป็น 8 ช่อง แต่ละช่องมีไข่อ่อน 1 หน่วย หลอดท่อรังไข่มี 4 หลอด หมดจด. ผล กลม หรือ ป้อมๆเส้นผ่าศูนย์กลาง 1-3 เซนติเมตร แห้งเมื่อแก่จัด สะอาด แล้วก็ค่อนข้างเปราะ กลีบจุกผลมี 4 กลีบ รูปไข่แกมรูปขอบขนาน ไม่ชิดกัน เมื่อยังอ่อนอยู่มีขนนุ่ม 2 ด้าน กลีบบางทีอาจชี้ในแนวระดับ หรือ พับกลับ ขอบเป็นคลื่น พื้นกลีบเรียบ ไม่มีเส้นลาย; ก้านผลยาว 5-7 ซม.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าดิบแล้ง เขาหินปูน แล้วก็ป่าเหล่าทั่วไป เหนือระดับน้ำทะเล 10-600 มัธยม
คุณประโยชน์ : ราก มีรสเฝื่อนฝาด เค็มกร่อย แล้วก็เบื่อเมา เชิญให้อ้วก ใช้เป็นยาขับพยาธิ ผล เป็นพิษ ตำรวมกับใบใช้เบื่อปลา

Tags : สมุนไพร

13

สมุนไพรพญารากดำ
พญารากดำ Diospyros variegate Kurz
พญารากดำ (สุโขทัย) น้ำจ้อย (จังหวัดปราจีนบุรี) พลับดำ (จังหวัดกาญจนบุรี) มะเขือรุนแรง อีดำ (จังหวัดกำแพงเพชร).
   ต้นไม้ ขนาดกลาง สูงถึง 20 ม. เปลือกสีดำ แตกเป็นสะเก็ด กิ่งอ่อนสะอาด หรือ แทบสะอาด. ใบ เป็นใบคนเดียว เรียงสลับกัน รูปขอบขนาน หรือ รูปหอกกลับ กว้าง 5-11 ซม. ยาว 15-30 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม ทู่ มน หรือ ป้าน ขอบใบเป็นคลื่นนิดหน่อย โคนใบแหลมทู่ๆสอบแคบ และบางครั้งบางคราวมน เนื้อใบดก และก็เกลี้ยงอีกทั้ง 2 ด้าน เส้นใบมี 8-12 คู่ คดไปๆมาๆ ด้านบนเป็นร่อง ข้างล่างนูนมองเห็นแจ่มกระจ่าง; ก้านใบยาว 0.5-1 เซนติเมตร สะอาด. ดอก ดอกเพศผู้ รวมทั้งดอกเพศเมียอยู่ต่างต้นกัน ดอกมักกำเนิดโรครา ทำให้มองเห็นเป็นกลุ่มใหญ่. ดอกเพศผู้ ออกเป็นช่อตามง่ามใบ รวมทั้งตามกิ่ง ก้านดอกยาว 2-4 มิลลิเมตร หมดจด กลีบรองกลีบดอกติดกันเป็นรูปถ้วย ยาว 3-4 มิลลิเมตร ปลายแยกเป็น 4 แฉก เมื่อยังอ่อนอยู่มีขนนุ่มทางด้านนอก [url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url] ขนจะเบาๆหลุดร่วงไปเมื่อแก่ ด้านในหมดจด กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปแจกันทรงสูง ยาวราว 10-12 มิลลิเมตร ปลายแยกเป็น 4 แฉก กลีบแล้วก็ถ้วยดอกยาวเสมอกัน หมดจดอีกทั้ง 2 ด้าน เกสรผู้มี 14-18 อัน เกลี้ยง รังไข่ฝ่อมีขนสาก. ดอกเพศเมีย ออกผู้เดียวๆตามง่ามใบ ก้านดอกยาวราวๆ 5 มม. เกลี้ยง กลีบรองกลีบดอกไม้ครึ่งล่างเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วย ครึ่งบนแยกเป็น 4 แฉก มีขนสากทั้งยัง 2 ด้าน กลีบดอกไม้มีลักษณะเสมือนดอกเพศผู้ แม้กระนั้นใหญ่กว่า เกสรผู้ฝ่อมี 9 อัน หมดจด รังไข่รูปป้อม มีขนแน่น ภายในแบ่งเป็น 8 ช่อง แต่ละช่องมีไข่อ่อน 1 หน่วย หลอดท่อรังไข่มีหลอดเดียว มีขนยาวๆแน่น. ผล กลม ปลายมน มีติ่งแหลมเล็กๆโคนมน เส้นผ่าศูนย์กลางราว 1.5 ซม. (ผลอ่อน) ผิวแข็งมาก มีขนสีน้ำตาลปนแดงทั่วๆไป เมื่อแก่ขึ้นขนจะเบาๆหลุดหล่นไป; กลีบขั้วผลจะแยกกันราวๆครึ่งหนึ่งของความยาวทั้งสิ้น กลีบพับกลับ ขอบกลีบเป็นคลื่นแม้กระนั้นไม่จีบ มีครีบพอมองเห็นชัด ก้านผลยาวโดยประมาณ 5 มม.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าดิบแล้ง แล้วก็ป่าผลัดใบผสม เหนือระดับน้ำทะเล 100-700 ม. ทางภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันออกเฉียงใต้ และอาจมีทางภาคใต้ของไทย.
สรรพคุณ: ราก น้ำต้มรากรับประทานแก้เหน็บชา โรคฟุตบาทฉี่ น้ำเหลืองเสีย แก้เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว อ่อนแรง ทำให้เจริญอาหาร และก็แก้ร้อนใน

14

สมุนไพรหญ้าตีนตุ๊กแก
หญ้าตีนตุ๊กแก Coldenia procumbens Linn.
บางถิ่นเรียกว่า ต้นหญ้าตีนตุ๊กแก (จังหวัดสุพรรณบุรี พิษณุโลก) หญ้าตีนตุ๊กโต หญ้าตุๆบโต๋ (เชียงใหม่).
พืชล้มลุก ลำต้นทอดราบกับพื้นดิน มีขนสาก. ใบ เดี่ยว เรียงสลับกัน รูปไข่กลับปนขอบขนาน กว้าง 5-10 มิลลิเมตร ยาว 1-2 ซม. ปลายใบมน โคนใบสอบเป็นครีบ ขอบของใบหยักแบบซี่ฟันหยาบๆมีขนสากทั้ง 2 ด้าน เส้นกลางใบ และก็เส้นใบเป็นร่องลึก ก้านใบยาว 2-4 มม. มีขน. ดอก ออกคนเดียวๆตามง่ามใบ ไม่มีก้านดอก บางโอกาสออกเป็นช่อตามยอด; สมุนไพร กลีบรองกลีบดอก 4 กลีบ รูปไข่ หรือ ขอบขนาน ยาว 2-3 มิลลิเมตร มีขนอีกทั้งภายนอก และก็ด้านใน กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ค่อนข้างจะยาว 1.5 มม. ปลายแยกเป็น 4 กลีบ รูปค่อนข้างกลม ยาว 0.5 มิลลิเมตร เกสรผู้ 4 อัน ก้านเกสรสั้น อับเรณูกลม หรือ รูปไข่ รังไข่รูปกรวย ด้านในมี 2 ช่อง แต่ละช่องมีไข่อ่อน 2 หน่วย ท่อหลอดเกสรเมียแยกเป็น 2 อัน. ผล เล็ก เปลือกแข็ง มี 4 ผล รวมกันเป็นรูปปิรามิด ปลายแหลม เมื่อแก่จะแยกออกมาจากกัน.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นจากที่รกร้างทั่วไป.
คุณประโยชน์ : ต้น ต้นแห้งบดผสมกับเม็ดของ Fenugreek (Trigonella foenum-graecum Linn.) อย่างละเท่าๆกัน ใช้พอกฝี ใบ ใบสดตำเป็นยาพอกแก้ปวด รวมทั้งอักเสบตามข้อ ใบแห้งบดเป็นยาพอกฝี

Tags : สมุนไพร

15

สมุนไพรข่อยจีน
ข่อยจีน Ehretia microphylla Lamk.
ชื่อพ้อง E. buxifolia Roxb.
บางถิ่นเรียกว่า ข่อยจีน ชาญวณ (จังหวัดกรุงเทพ) ชา (เชียงใหม่) ชาประเทศญี่ปุ่น (กึ่งกลาง).
      ไม้พุ่ม เล็ก สูงโดยประมาณ 2 ม. ตามกิ่งมีขน. ใบ ออกเป็นกระจุกๆรูปไข่กลับ กว้าง 0.5-1 ซม. ยาว 1-2.5 (-3.5) เซนติเมตร ปลายใบมน โคนใบแคบ ขอบใบเรียบ หรือ หยักแบบซี่ฟัน; ใบด้านบนสาก ข้างล่างสีอ่อน มีขนแข็งไม่มีก้านใบ หากมีก็สั้นมากมาย. [url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url] ดอก ออกคนเดียวๆหรือ เป็นช่อตามง่ามใบ หรือ ที่ยอด ก้านดอกสั้น กลีบรองกลีบเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็น 5 แฉก กลีบสีขาว เชื่อมชิดกันเป็นรูประฆัง ปลายแยกเป็น 5 แฉก ยาว 6 มิลลิเมตร เกสรผู้ 5 อัน ติดสลับกับกลีบ รังไข่กลม ภายในมี 2 ช่อง ท่อหลอดรังไข่มี 2 อัน ปลายหลอดเป็นตุ่มเล็กๆ. ผล กลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 4 มิลลิเมตร แก่จัดสีเหลืองถึงแดง ภายในมี 1 เม็ด.

นิเวศน์วิทยา
: เกิดตามป่าที่แห้งแล้งของแหลมอินเดีย รวมทั้งปลูกเป็นไม้ประดับตามสวน.
คุณประโยชน์ : ราก น้ำต้มรากเป็นยาแก้น้ำเหลืองเสีย ใช้ถอนพิษที่เกิดขึ้นจากด้านการกินพืชที่มีพิษบางประเภท และฟอกเลือดข้างหลังการคลอดลูก ใบ น้ำสุกใบกินเป็นยาแก้ท้องเดินที่ถ่ายเป็นมูกเลือด บำรุงธาตุ แก้ไอ ใบแห้งชงรับประทานเป็นยาลดไข้ ใช้แทนใบชาได้ รวมทั้งขับเหงื่อ

หน้า: [1] 2 3 ... 23